ผมลับตัวเองจนคมกริบ แล้วครับ!
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน แล้วมีใครมาบอกผมว่า วันหนึ่งผมจะกลายเป็นคนแบบที่เป็นอยู่ในวันนี้ ..ผมคงไม่เชื่อ
เพราะตอนนั้น ผมยังเป็นคนอีกแบบหนึ่ง
ผมค่อนข้างอ่อนโยนกับผู้คน คิดถึงความรู้สึกของคนอื่นเยอะ และบางครั้งก็เลือกที่จะเงียบ แม้จะมีบางอย่างที่อยากพูด เพียงเพราะไม่อยากทำให้ใครรู้สึกไม่ดี (คิดมากชิบหาย)
ผมเคยคิดว่าการประนีประนอมกับทุกอย่างคือวิธีที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
จนกระทั่งมีช่วงเวลาหนึ่งที่ทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
ผมไม่ได้รู้ตัวในทันทีว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไป
แต่มันค่อย ๆ เกิดขึ้น (คนรอบข้างบอกผม)
ผมใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น อยู่กับความคิดของตัวเองมากขึ้น และพยายามทำความเข้าใจกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต
บางวันก็เหมือนจะก้าวไปข้างหน้า
บางวันก็เหมือนกลับมายืนอยู่ที่เดิม
และบางช่วง ผมรู้สึกเหมือนชีวิตถูกกดปุ่ม Pause เอาไว้ครับ
วันเวลามันก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ แต่ลึกๆ ผมรู้ดีว่า ชีวิตเราก็ไม่ได้ไปไหนหรอก
สองปีผ่านไปเร็วมากกกกกกกก....
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้ามุมมองจากคนภายนอก อาจมองว่าผมยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ไปไหน
แต่จริงๆ แล้ว ผมกำลังสร้างบางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ในแบบของผม
ที่ผ่านมา ผมได้ตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต สถานการณ์ เหตุการณ์ต่างๆ รวมถึงการปฏิบัติของบุคคลอื่นที่กระทำต่อตัวผมเอง
ผมแม่งโคตรดิ่ง เกือบจะหลุด เกรี้ยวกราดมากขึ้น เหมือนสมองมันสั่งให้ผมต้องกลายเป็นคนอีกแบบ (จากเดิม อ่อนโยน พูดน้อยมาก)
จนวันหนึ่ง.. ผมเริ่มกลับมาได้
แต่มันไม่ได้กลับมาได้ภายในเวลาชั่วข้ามคืนนะครับ แต่มันค่อยๆ ดีขึ้น ดีขึ้น..
ซึ่งเป็นการกลับมาทีละนิดครับ
ผมคิดมากกว่าเดิม แต่ผมไม่ดิ่งเหมือนเดิม
ผมตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ เท่าเดิม แต่คุณภาพคำถามที่ตั้งมันดีกว่าเดิม
แล้วในวันนี้ เมื่อเทียบกับเมื่อ 2-3-4 ปีก่อน ผมถึงเพิ่งสังเกตว่า...
ผมไม่เหมือนเดิมแล้วครับ
จากเดิม ผมเป็นคนที่เคยพยายามรักษาความรู้สึกของทุกคน แต่ตอนนี้กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดมากขึ้น
จากเดิม ผมเป็นคนที่เคยลังเลที่จะปฏิเสธคนอื่นๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้สนอะไรมากนัก (จริงๆ ก็สนแหละ แต่ต้องช่างน้ำหนักความเป็นเหตุเป็นผล)
ผมพูดตรงขึ้น ชัดเจนขึ้น และกล้าที่จะยืนอยู่บนความคิดของตัวเองมากขึ้น (จริงๆ เดิมทีก็อยู่บนความคิดตัวเอง แต่แค่เราอาจจะไม่กล้าประกาศออกไป)
ผมยังรับฟังคนอื่นนะครับ แต่ผมไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับทุกคน
ผมยังแคร์ความรู้สึกของคนอื่น แต่ผมเริ่มแคร์ความรู้สึกของตัวเองด้วย
บางที สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอาจไม่ได้ทำให้ผมเสียเวลาไปทั้งหมด
มันอาจเป็นช่วงเวลาที่ผมใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากที่สุดในชีวิต (มากจริงๆ) เพราะผมอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเหมือนคนขังตัวเอง
บางสัปดาห์ ผมไม่แม้กระทั่งเดินไปเหยียบดินบนบริเวณบ้านด้วยซ้ำ... 555555555555+
นี่แหละคือนาทีทองของผม เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ผมค่อย ๆ จัดการ ปรับปรุงกับวิธีคิดและการเป็นคนแบบเดิมๆ ให้ดีขึ้น
เสมือนผมกำลังลับมีด ที่พร้อมจะไปฟันต้นไม้ ฟีลประมาณว่า ผมลับมีด 6 ชั่วโมงให้คม เพื่อไปฟันตนไม้โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
(ผมดัดแปลงคำพูดมาจาก อับราฮัม ลินคอร์น)
ผมไม่รู้ว่าตัวเองชอบคนที่เป็นอยู่ในวันนี้มากกว่าคนเมื่อสองปีก่อนหรือเปล่า
แต่ผมรู้ว่าผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น
และถ้ามีอะไรที่ผมได้เรียนรู้จากสองปีที่ผ่านมา
มันคงเป็นเรื่องนี้
บางครั้งชีวิตไม่ได้หยุดนิ่งจริง ๆ
เราเพียงแค่กำลังเปลี่ยนแปลงในแบบที่มองไม่เห็นหรือค่อยเป็นค่อยไป
และอย่างนึงที่อยากบันทึกไว้ในบล็อกนี้คือ
ผมลับตัวเองจนคมกริบ แล้วครับ
แต่แน่นอนว่า ความคมมันทู่ได้ และเราก็ต้องลับตัวเองเรื่อยๆ
ขอบคุณครับ