เมื่อวันที่ผมเฝ้ารอมาถึง..วันที่มีเอไอเป็นตัวช่วยในการสร้างเว็บไซต์ซึ่งต่างจากยุคสมัยก่อนที่ต้องเพิ่งพาเว็บบอร์ด
ผมจำได้ว่าผมเริ่มหัดทำเว็บไซต์ตั้งแต่อายุประมาณ 10-11 ปี
ในยุคนั้นผมยังเด็กมาก และแทบจะอ่านหรือทำความเข้าใจภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าจะมีดิกชันนารีออนไลน์ให้ใช้งานแล้วก็ตาม แต่ต้องยอมรับตรงๆ ว่าระบบแปลภาษาในสมัยนั้นแปลได้แย่มาก จนหลายครั้งแปลแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
ผมจำได้ว่าจุดเริ่มต้นของการมีเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดเป็นของตัวเอง มาจากการพิมพ์ค้นหาใน Google ง่ายๆ ว่า
"ฟรีเว็บไซต์"
"ฟรีเว็บบอร์ด"
จากนั้นก็เข้าไปสมัครสมาชิก กรอกแบบฟอร์มต่างๆ แล้วเราก็จะได้เว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดสำเร็จรูปมาใช้งาน
สำหรับเด็กประถมในตอนนั้น มันรู้สึกเท่มาก ผมไปโม้เพื่อนเรื่องเว็บไซต์ด้วยนะครับ จำได้ว่าเพื่อนคนนั้นชื่อ ฟลุ๊ค ซึ่งปัจจุบันเป็นหมอไปแล้ว แต่พอโตมา เราไม่ได้ติดต่อกันเลยครับ
ยุคนั้นมีบริการลักษณะนี้อยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น igetweb.com, is.in.th หรือถ้าเป็นเว็บบอร์ดก็จะมีพวก smfnew.com ส่วนของไทยที่ดังมากในตอนนั้นก็คือ fws.cc ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น fix.gs ซึ่งเป็นของพี่โย หรือ Yogolas
ผมเองก็เริ่มจากการสมัครใช้บริการพวกนี้เหมือนกัน ทั้งฟรีเว็บไซต์จาก igetweb และฟรีเว็บบอร์ดจาก fws.cc
แต่พอใช้งานไปสักระยะ ผมเริ่มพบปัญหาว่า เราไม่สามารถควบคุมเว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดของตัวเองได้อย่างเต็มที่
อย่าง igetweb ในสมัยนั้นถือว่าเป็นบริการที่ดีมาก สามารถเพิ่มเมนู เปลี่ยนโลโก้ จัดการเนื้อหาต่างๆ ได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว แต่ลึกๆ แล้วเราก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้มากนัก
ส่วน fws.cc นั้น เป็นการนำระบบ SMF หรือ Simple Machines Forum มาเปิดให้ผู้ใช้สมัครเว็บบอร์ดฟรี โดยเจ้าของระบบจะนำโฆษณาหรือ Google Ad มาแสดงบนเว็บ ซึ่งเป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมมากในยุคนั้น
และนี่เองคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มสนใจสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเว็บบอร์ด
ผมสังเกตเห็นข้อความเล็กๆ ด้านล่างเว็บว่า
"Powered by SMF"
ผมเลยเริ่มสงสัยว่า SMF คืออะไรวะ
จากนั้นก็เริ่มค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม จนไปเจอคลิปใน YouTube ที่สอนติดตั้ง SMF
ตอนนั้นเองที่ผมเริ่มเข้าใจว่าถ้าจะติดตั้งเว็บบอร์ดเอง เราต้องรู้จัก Hosting และ Domain ก่อน
ผมจำได้ว่าตอนอยู่ประถม ผมไปสมัครโฮสติ้งฟรีของเจ้านึง ซึ่งในสมัยนั้นมีหลายเจ้ามากที่ให้บริการฟรี แต่ต้องใช้ Subdomain ของเขา
หลังจากนั้นผมก็เริ่มติดตั้ง SMF ตามคลิปใน YouTube จนสามารถติดตั้งได้สำเร็จ แม่งลองเป็นวัน เพราะเราไม่มีครู แต่เรา งม เองล้วนๆๆ
แล้วจากตรงนั้นผมก็เริ่มศึกษาว่าโครงสร้างฐานข้อมูลทำงานอย่างไร ตารางไหนเชื่อมกับตารางไหน ข้อมูลถูกเก็บตรงไหน และระบบต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างไร
สำหรับเด็กประถมตัวคนเดียวในยุคนั้น ผมบอกเลยว่ามันยากมาก
ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
ระบบแปลภาษาก็ยังไม่ดี
หลายอย่างต้องลองผิดลองถูกเอง
ผมจำได้ว่ามีเว็บหนึ่งชื่อว่า เด็กมอดอทคอม ซึ่งปัจจุบันน่าจะปิดตัวไปแล้ว เว็บนั้นมีบทความสอน Modify SMF ในแต่ละเวอร์ชันแบบละเอียดมาก แต่ผมก็ยังงงๆ อยู่ดี
ต่อมาผมได้คุยกับพ่อเกี่ยวกับเรื่องการทำเว็บไซต์
พ่อผมเป็นคนที่สนใจเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ได้รู้ลึกในด้านนี้
วันหนึ่งพ่อก็ซื้อหนังสือมาให้เล่มหนึ่ง
ผมจำชื่อผู้เขียนไม่ได้แล้ว
แต่จำได้ว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับ Dreamweaver CS3
เล่มหนามาก ราคาประมาณสามถึงสี่ร้อยบาท ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะ 350 บาท ครับ
เนื้อหาส่วนใหญ่สอนการทำเว็บไซต์ด้วย HTML แบบพื้นฐานตามสไตล์เว็บยุคนั้น
หนังสือเล่มนั้นทำให้ผมเข้าใจพื้นฐานการสร้างเว็บไซต์มากขึ้น จนสามารถทำเว็บนำเสนอข้อมูลง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง
ผมจึงไปสมัครโฮสติ้งฟรีของไทยอีกเจ้า แล้วทำเว็บไซต์ธรรมะ
เนื้อหาส่วนใหญ่ก็คือการคัดลอกข้อมูลจากเว็บไซต์อื่นมารวบรวมไว้
แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากมันคือการสร้างหน้าเว็บ การเชื่อมโยงลิงก์ และการจัดโครงสร้างเว็บไซต์
ลองนึกภาพเราลากตารางใน Dreamweaver แล้วก็เขียน text คลุมดำ ทำเป็นเมนู แล้วเชื่อมโยงลิงก์ไปอีกหน้า
ซึ่งมันจะมีทั้งโหมด Design | Split | Code ครับ
พอทำไปเรื่อยๆ ผมก็เริ่มรู้สึกว่า
"เราอยากให้เว็บไซต์มีระบบสมาชิก"
และในยุคนั้น PHP คือคำตอบที่ง่ายที่สุด
ผมเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ PHP
มีบทความจากต่างประเทศมากมาย แต่ผมแทบอ่านไม่รู้เรื่อง
จนวันหนึ่งผมไปเจอเว็บไซต์ชื่อ codetukyang.com
สำหรับผม เว็บนี้ถือเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่มีบุญคุณมาก
เพราะเขามีซอร์สโค้ด PHP ให้ดาวน์โหลดฟรี
ผมจำได้ว่าเคยดาวน์โหลดระบบชื่อประมาณ PHP Member Full Option อะไรสักอย่าง
แล้วเอามานั่งแกะ
นั่งดัดแปลง
นั่งเพิ่มฟิลด์
ลบฟิลด์
ปรับหน้าสมาชิก
แก้ระบบแสดงผลต่างๆ ให้เป็นแบบที่ตัวเองต้องการ
แม้ว่าจะไม่ได้เขียนเองทั้งหมด แต่ผมก็เริ่มเข้าใจว่าโค้ดทำงานอย่างไร
แน่นอนว่าปัญหาเกิดขึ้นตลอดเวลา
บางครั้งโค้ดไม่ทำงาน
บางครั้งเว็บพัง
บางครั้งฐานข้อมูลเชื่อมต่อไม่ได้
วิธีแก้ปัญหาในยุคนั้นก็คือไปโพสต์ถามตามเว็บบอร์ด
แล้วรอ
รอเป็นวัน
บางครั้งรอหลายวันกว่าจะมีคนตอบ
แล้วถ้าทำตามคำตอบนั้นแล้วยังมีปัญหา ก็ต้องถามใหม่
แล้วรออีกหลายวัน
และหลายครั้ง พอมีคนตอบ เราก็ยังไม่เข้าใจคำตอบของเขาอยู่ดี
ผมเชื่อว่าคนที่โตมาในยุค AI อาจไม่ค่อยได้สัมผัสประสบการณ์แบบนี้แล้ว
แต่สำหรับในยุคนั้น ความรู้แต่ละอย่างได้มายากมากจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการทำเว็บไซต์ของผมก็ต้องหยุดชะงักลงช่วงหนึ่ง
เมื่อผมสอบเข้าโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย สตูล ได้
และต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ
ในยุคนั้นเราไม่สามารถนำโน้ตบุ๊กหรือโทรศัพท์ไปเก็บไว้ในโรงเรียนได้เหมือนปัจจุบัน
แต่สิ่งที่ติดตัวผมไปก็คือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเว็บไซต์
สำหรับเด็กในยุคนั้น แค่ติดตั้ง CMS อย่าง SMF หรือ Discuz เป็น ก็ถือว่าเท่แล้ว
ผมยังจำได้ว่าผมเคยไปแข่งขันทำเว็บไซต์ด้วย
น่าจะตอน ม.1
จำไม่ได้ว่าได้เหรียญอะไร
ทีมของผมมีทั้งหมดสามคน
ผมอยู่ ม.1 ส่วนอีกสองคนเป็นรุ่นพี่ ม.2
ตอนแข่งขันผมแทบไม่ได้ฉายแสงเท่าไร เพราะต้องปล่อยให้รุ่นพี่เป็นคนตัดสินใจและกำหนดทิศทางงาน
แต่ผมไม่ได้รู้สึกแย่อะไรนะ
เพราะนอกเหนือจากเรื่องแข่งขัน พี่ๆ เขาก็ดีกับผมมาก คุยเล่นกัน สนุกกันตามประสา
ต่อมามีการแข่งขันรอบถัดไป
และทีมถูกลดจำนวนจากสามคนเหลือสองคน
แน่นอนครับ
ผมเป็นรุ่นน้อง
ก็เลยโดนตัดออกจากทีม
555555
แต่ก็ยังดีที่พี่เขามาบอกตรงๆ ว่า
"กูตัดมึงออกนะ"
แล้วก็อธิบายเหตุผลต่างๆ ให้ฟัง
ซึ่งผมก็เข้าใจ 55555555555555555555555555555+ เข้าใจก็ได้
เพราะในตอนนั้นผมยังเขียนโค้ดสดๆ ไม่ได้
HTML พื้นฐานพอได้ แต่พอไม่ได้ใช้นาน ลืมนะเว้ย ขนาด bbcode ยังลืมได้เลย
แต่ถ้าจะเขียนระบบใหม่จากศูนย์ยังไม่ไหว
ทำได้แค่แก้ไขหรือดัดแปลงโค้ดที่มีอยู่แล้ว
หลังจากนั้นผมก็มาเจอกับ GTA San Andreas Multiplayer หรือ SA-MP
และมันกลายเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญ
ผมเริ่มสนใจการเปิดเซิร์ฟเวอร์เกมอย่างจริงจัง
น่าจะเป็นช่วงหลังจบ ม.3
ผมเขียน Pawn บน Pawno ไม่เป็นหรอก
แต่ผมสามารถเอา Game Mode หรือตัวเซิร์ฟเวอร์จากต่างประเทศมาปรับแต่งได้
ไม่ว่าจะเป็นระบบสมัครสมาชิก
ระบบยศ
ระบบอาชีพ
ระบบไอเทม
ระบบคราฟต์ของ
หรือระบบต่างๆ ภายในเกม
ทั้งหมดอาศัยการศึกษาจากโค้ดเดิม แล้วค่อยๆ ดัดแปลงให้เป็นสไตล์ของตัวเอง
สุดท้ายผมก็สามารถเปิดเซิร์ฟเวอร์ได้จริง
มีผู้เล่นเข้ามาเล่นในระดับหนึ่ง
ส่วนเรื่องรายได้ไม่ต้องพูดถึง
แทบไม่มี
แต่ก็ยังมีผู้เล่นบางคนโดเนตให้บ้าง
หลังจากนั้นไม่นานผมก็เลิกทำ
เพราะต้องกลับไปโฟกัสเรื่องเรียน และเกเรไปตามวัย
ยอมรับเลยว่าช่วงนั้นผมเกเรมาก
ถึงขั้นทำให้แม่ร้องไห้เหมือนกัน
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังจำได้เสมอคือ
ในยุคนั้นผมเคยคิดเล่นๆ ว่า
"ถ้ามีแชตบอทสักตัวที่เราสามารถส่งโค้ดให้มันดู แล้วบอกแค่ว่าเราอยากได้อะไร มันก็คงช่วยเราได้เยอะมาก"
เพราะสมัยนั้น ถ้าไม่มีคนเก่งๆ อยู่ใกล้ตัว การเรียนรู้เรื่องพวกนี้แทบทั้งหมดต้องพึ่งตัวเอง
ความรู้แต่ละอย่างได้มายากมาก
แต่วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว
เราอยู่ในยุคที่สามารถบอก AI ได้เลยว่า
อยากได้เว็บไซต์แบบไหน
อยากได้ฐานข้อมูลแบบไหน
อยากได้ระบบแบบไหน
แล้วมันสามารถสร้างต้นแบบให้เราได้ภายในไม่กี่นาที
แน่นอน เรื่องการรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากหรือการทำระบบระดับ Production อาจยังต้องอาศัยประสบการณ์ของคนจริงอยู่
แต่อย่างน้อย ทุกวันนี้แค่มีภาพรวมอยู่ในหัว เราก็สามารถสร้าง Product ออกมาได้แล้วในระดับนึง แต่คนสร้างต้องเข้าใจและเห็นภาพรวม
และผมเชื่อว่า AI จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดถึงคือบรรยากาศของอินเทอร์เน็ตยุคเก่า
สมัยนั้นผมชอบเข้าไปอ่าน Thaiseoboard
โดยเฉพาะเรื่อง Google Ad สายดำ สายเทา
แต่ตอนนั้นผมยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
เพิ่งมานึกออกและเข้าใจจริงๆ ก็ตอนโตแล้ว
พอยุคเว็บไซต์เงียบลง
ผู้คนจำนวนมากย้ายไปหาโอกาสใหม่ๆ
บางคนทำ Affiliate
บางคนทำ TikTok
บางคนขายของบน Shopee
บางคนสร้างรายได้จาก YouTube, Facebook Reels หรือ Instagram Reels
ส่วนผมเองก็เข้ามาลองทำ TikTok Affiliate เหมือนกัน
รายได้ไม่ได้มากมายอะไร
พอซื้อกาแฟได้
และไม่ได้ทำแค่ช่องเดียว
มีหลายช่อง
แต่ช่องที่พอทำเงินได้จริง กลับเป็นช่องที่ไม่ได้เปิดหน้า
ซึ่งจนถึงตอนที่ผมกำลังเขียนโพสต์นี้ ผมก็ยังถือว่าตัวเองกำลังเรียนรู้อยู่
แม้มันจะไม่ได้ทำให้รวยเป็นกอบเป็นกำ
แต่ก็ยังดีที่ได้เริ่มลงมือทำ
อย่างน้อยก็เริ่มเห็นภาพบางอย่างชัดขึ้นทีละนิด
ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังคิดถึงบรรยากาศของอินเทอร์เน็ตในยุคก่อน AI
ยุคที่เว็บบอร์ดยังเป็นศูนย์กลางของผู้คน
ยุคที่เราไม่รู้จักหน้าค่าตากัน
แต่สามารถนั่งถกเถียงกันได้เป็นร้อยคอมเมนต์
ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง
เรื่องสุขภาพ
เรื่องเทคโนโลยี
หรือเรื่องความรู้ทั่วๆ ไป
มันเป็นพื้นที่ที่สร้างทั้งมิตรภาพและศัตรู
ทั้งคนที่ชอบเราและคนที่เกลียดเรา
ทั้งที่เราไม่เคยเห็นหน้ากันเลยสักครั้ง
แต่ในอีกมุมหนึ่ง
ทุกวันนี้ถ้ามีปัญหาอะไร
หลายคนก็แค่เปิด AI แล้วถาม
คำตอบมาแทบจะทันที
โลกเปลี่ยนไปเร็วมากจริงๆ ครับ
เอาไว้มีโอกาส จะมาเขียนเล่าเรื่องอื่นต่อครับ