เคยหลงคิดว่าพระเจ้าไม่รักเรา

โดยส่วนตัวผมนับถือพุทธศาสนาและไม่ได้มีความเชื่อเรื่องพระเจ้า
แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธการมีอยู่ของสิ่งหนึ่งที่เหนือเราขึ้นไปอีก
ซึ่งในมุมมองผม พระเจ้าอาจไม่ได้เป็นบุคคล แต่เป็นอะไรสักอย่างที่ครอบเราอีกที
ซึ่งเราคิดให้ตายยังไงก็ไม่อาจจะเห็นสิ่งนั้นได้ แต่เราจะสัมผัสได้ด้วยความเข้าใจ
.
.
ถ้าหากพระเจ้าเป็นตัวแทนของการพิพากษา หรืออีกด้านหนึ่งคือ กรรม หรือเหตุปัจจัยก็เป็นตัวแทนอีกด้านหนึ่งของการพิพากษา
ซึ่งสองอย่างนี้หากลงรายละเอียดดูเหมือนจะแตกต่างกัน แต่จุดร่วมที่เหมือนกันคือ การพิพากษา
ผมเองก็พิมพ์รั่วไปหน่อย แต่จริงๆ มันไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว (เริ่มสับสน)

และผมเขียนสับสนเพื่อให้คุณคิดเอาเองครับ
.
.
จากชื่อหัวเรื่อง ' เคยหลงคิดว่าพระเจ้าไม่รักเรา ' .. จริงๆ แล้ว มันคือการเปรียบเทียบอย่างมีนัยยะว่า
..บางครั้งเราตั้งใจทำอะไรแต่มันไม่เป็นอย่างที่เราหวัง
หรือ (A) สมมติถ้าท่านมีแฟน รักแฟนมาก ดีกับแฟนทุกอย่าง แต่สุดท้ายแฟนของท่านทิ้งท่านไปมีคนใหม่
จาก (A) จะเห็นได้ว่า กระบวนการของการกระทำของท่าน ไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์ เพราะโดยสามัญสำนึกเรามักจะคิดว่า
การที่เราทำดี ต้องได้ดี นั่นเองครับ
.
.
บทความนี้ไม่ได้ต้องการให้ท่านคิดบวกอย่างเดียว แต่ผมแค่จะชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่เราจะได้รับภายใต้ความขมขื่นที่เราต้องพบเจอ

. (B) เราอาจคิดว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม แต่จริงๆ แต่จริงๆ ถ้าเราหยิบความขมขื่น มาสร้างตัวตนใหม่ โดยละทิ้งตัวตนเดิม และเป็นเวอร์ชันใหม่
ที่ดีกว่าเดิม นี่คือสิ่งที่ควรทำ

(00)"ทำไมผมจึงเขียน (B) แบบนั้น .. เพราะ เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่าทุกพฤติกรรมของคนอื่นที่กระทำหรือปฏิบัติต่อเรา ล้วนมาจาก
(C) คาแรกเตอร์และความสามารถของเรา, (D) เราเป็นใครสำหรับเขาในสังคม, (E) ทฤษฎีของเรา ซึ่ง C, D และ E คือ ผลลัพธ์ที่จะทำให้ คนบางคนที่อยู่ภายใต้ระเบียบแบบแผนวิธีคิดของสังคมครอบครองสมองและวิธีคิดบางอย่าง เช่น (F) คนที่มีวิธีคิดแบบทุนนิยม ก็มักจะชอบคาแรกเตอร์ของคนที่แสดงสถานะทางการเงิน หรือแม้ว่าผู้นั้นจะไม่แสดงสถานทางการเงินหรือคาแรกเตอร์ทางการเงิน (C) แต่ถ้าเค้าเป็นแบบ (D) ที่ (F) ดันชอบหรือหลงใหล ก็ย่อมทำให้เค้า รู้สึกดีกับบุคคลนั้นครับ หรือแม้กระทั่งหากบุคคลนั้น จน ซึ่งดูเหมือนจะขัดแย้งกับ (F) แต่ถ้าบุคคลนั้นมี (E) ที่เหมือนกับ (F) นั่นคือ มีทฤษฏีวิธีคิดบางอย่างแบบเดียวกัน ก็ย่อมทำให้ชอบกันได้ ยกตัวอย่าง บุคคลที่ไปม๊อบหรือประท้วงทางการเมือง ซึ่งจะเห็นว่าทุกคนมีวิธีคิดแบบเดียวกัน จึงทำให้ชอบกันมากๆ
ซึ่ง E หรือทฤษฎีของเราที่เหมือนกัน มันมีพลังต่ออำนาจระหว่างกันมากๆ ครับ"

ตรง (00) ที่ผมได้เขียนไว้ จริงๆ เป็นเพียงการเขียนไปเรื่อยของผมเพื่อที่จะขยายความตามมุมมองของตนเองเรื่องการตั้งคำถามว่าทำไม บางบุคคลจึงปฏิบัติต่อเราแบบนึงเท่านั้นครับ ซึ่งการเขียนแค่นั้น จริงๆแล้วมันไม่เพียงพอต่อการอธิบาย แต่เอาเป็นว่า ผมไว้เขียนใหม่วันที่ผมอยากเขียนแล้วกัน

.
.
เหตุที่ผมเขียน (00) ไว้นั้น เพราะผมต้องขยายความเรื่องสภาพแวดล้อม ครับ เพราะ มนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคม และสิ่งที่ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา ล้วนทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตของเราทั้งสิ้น ถ้าสภาพแวดล้อมดี ก็รู้สึกดี ถ้าสภาพแวดล้อมกลางๆ ก็รู้สึกกลางๆและถ้าสภาพแวดล้อมแย่ ก็รู้สึกแย่ แต่การแบ่ง 3 ลักษณะแบบนี้ดูเหมือนจะหยาบไปหน่อย เพราะความจริงแล้วนั้น สภาพแวดล้อมมันมีหลายโทน ครับ

สภาพแวดล้อมนั้น จะนำมาโยงกับ ความขมขื่นในใจเรา เพราะ มันคือต้นตอของอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต เช่น การที่เรารักแฟนมาก ดีกับแฟนทุกอย่าง
แต่สุดท้าย เค้าก็ไปมีคนอื่น ซึ่งการที่เค้าไปมีคนอื่น มันก็หนีไม่พ้น C, D, E ทั้งนั้น ซึ่งถ้าจะสาวเข้าไปในแต่ละ Keyword มันเยอะเหลือเกินครับ

นอกจากเรื่องของ (00) ที่ผมได้อธิบายไว้ โดยสรุปแล้ว จริงๆ มันคือเรื่องของความไม่สมหวังนั่นแหละ บางครั้งเราคิดว่าโลกนั้นไม่ยุติธรรมกับเรา
ทั้งที่เราเต็มที่กับมันแล้ว แต่ทำไมผลลัพธ์มันถึงเป็นแบบนี้ ซึ่ง C, D, E นี่แหละ เป็นสารตั้งต้นที่เรามองเห็นได้ง่าย(อาจสาวเข้าไปอีกได้)

ในเมื่อผลลัพธ์มันไม่เป็นอย่างที่เราหวัง เราต้องพบเจอกับความขมขื่น นั่นแปลว่าเราจำต้องมาย้อนกลับหาต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น

คาแรกเตอร์บางอย่างไม่ดี หรือ เก่งไม่พอ
เราเป็นใครในสังคม เกิดมาในครอบครัวแบบไหน
ทฤษฎีในหัวของเรา รวมถึง มายเซ็ทบางอย่างควรปรับเปลี่ยนหรือไม่

. . นี่แหละครับ คือสิ่งที่เราต้องแก้ไข เปลี่ยนแปลง ในเมื่อผลลัพธ์มันไม่ดี งั้นต้องเอาใหม่

ถ้าคนไม่ค่อยเกรงใจท่าน เพราะท่านมีคาแรกเตอร์แบบนี้ = ท่านต้องเปลี่ยน
ถ้าท่านสอบไม่ได้ เพราะความสามารถท่านเป็นแบบนี้ = ท่านต้องเปลี่ยนความสามารถ -> แล้วสาวไปอีก ว่าทำไงจึงจะเปลี่ยนความสามารถได้ นั่นคือการรู้ให้เยอะและพัฒนาตัวเองให้ตรงกับผลลัพธ์ที่ต้องการ

สุดท้ายแล้ว โลกไม่ได้ใจร้ายกับเราหรอกครับ และมันก็ไม่ได้ใจดีด้วย โลกแค่ทำหน้าที่ของมันไปตามเหตุและปัจจัย

ถ้าวันนี้ผลลัพธ์ในชีวิตยังขมขื่นอยู่ เลิกตัดพ้อพระเจ้า เลิกบ่นว่าโลกไม่ยุติธรรม แล้วหันกลับมาเปลี่ยนตัวตนเดิมทิ้ง เพื่อสร้างเวอร์ชันใหม่ที่คู่ควรกับสิ่งที่เราอยากได้... แค่นั้นเองครับ

บางทีทุกคนอยู่ภายใต้เงื่อนไขหรือตัวแปรควบคุมชีวิตที่แตกต่างกัน
.
เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวแปรควบคุมชีวิตได้ แต่เราต้องหาช่องให้ได้
.

ปล. ถ้ามองมุมกลับได้จะเห็นว่า พระเจ้า และ เหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิดความขมขื่น ล้วนรักเราทั้งสิ้น เพราะถ้าชีวิตมันดี เราก็เหมือนเดิม

ขมขื่น แบบนี้แหละ มันส์จะตาย ...

ขอบคุณครับ

A

Aunhelloworld

Writer at Aunhelloworld